เกาะติดข่าว

สถานการณ์ตลาดโลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของ สปป. ลาว

เมื่อกลางเดือน ต.ค. 2562 ธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว ได้เปิดเผยรายงานเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก และแปซิฟิกว่า เศรษฐกิจโลก
ที่ซบเซาและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนทำให้การส่งออกและการลงทุน ในภูมิภาคลดลง จึงเป็นสิ่งท้าทาย
สำหรับเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะสปป. ลาว ซึ่งได้รับผลกระทบเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน 

นาง Victoria Kwakwa รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกล่าวว่า รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึง
ความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว ในขณะที่บางประเทศ
หวังว่าจะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิต แต่ทว่าความไม่ยืดหยุ่น ของห่วงโซ่มูลค่าโลกทำให้ประเทศในภูมิภาคไม่ได้รับ
ประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว และคาดว่าอัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปชิฟิกจะลดลง
จากร้อยละ 6.3 ในปี 2561 เหลือร้อยละ 5.8 5.7 และ 5.6 ในปี 2562 2563 และ 2564 ตามลำดับ เนื่องจากปริมาณการผลิตและการส่งออก
ลดลงในหลายอุตสาหกรรม 

นาย Andrew Mason หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ธนาคารโลก เห็นว่า 
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้ปริมาณการลงทุนลดลง อย่างต่อเนื่อง และอัตราการเติบโตทาง
เศรษฐกิจของจีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกาที่ลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้จะ ส่งผลให้การส่งออกสินค้าของภูมิภาคนี้ลดลงเช่นกัน 
นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ ได้ออกนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อลดผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการเงินโลกที่
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ในขณะที่การเติบโตด้านสินเชื่ออาจจะลดลง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัว
ของการลงทุนของภาคเอกชนในภูมิภาค 

เมื่อเดือน ส.ค. 2562 ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจลาวจะเติบโตร้อยละ 6.5 โดยนโยบายคุมเข้ม ด้านการเงิน โดยเฉพาะ
การจ่ายเงินเดือนและการลงทุน จะทำให้การขาดดุลงบประมาณลดลงอยู่ที่ร้อยละ 4.3 ของ GDP ปี 2562 จากร้อยละ 4.4 ในปี 2561 
อย่างไรก็ดี ค่าเงินกีบยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.7 เมื่อต้นปี 2562 
เป็นร้อยละ 2 เมื่อกลางปี 2562 เนื่องจากการนำเข้า ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเดือน ก.ย. 2562 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดว่า ในปี 2562 
เศรษฐกิจลาวจะขยายตัวร้อยละ 6.2 ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 6.5 เมื่อเดือน เม.ย. 2562 เนื่องจากการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรม 
 และการบริการในช่วง 6 เดือนแรกของปี การผลิตด้านการเกษตร และการส่งออกไฟฟ้า 

ผู้ประกอบการในสาขาต่าง ๆ เห็นว่า (1) การอ่อนค่าของเงินกีบทำให้ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และกำไรลดลง (2) การนำเข้าสินค้า
อุปโภคบริโภคต้องคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนการนำเข้า เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน ของธนาคารแตกต่างจากร้านรับแลกเปลี่ยนอยู่มาก 
ทำให้ผู้นำเข้าบางรายได้หยุดนำเข้าสินค้าบางรายการชั่วคราว (3) การชื้อขายสินค้าในปัจจุบันค่อนข้างเงียบเหงาเพราะเศรษฐกิจซบเซา 
และการอ่อนค่าของเงินกีบทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า วันที่ 25 ต.ค. 2562 
https://laoedaily.com.la/2019/10/25/63536/


ข้อมูลเพิ่มเติม  
1. ที่ผ่านมารัฐบาล สปป. ลาวได้ออกมาตรการควบคุมรายจ่ายหลายด้าน อาทิ การลดจำนวนการรับสมัคร ขรก. ลงจาก 3,000 คน เหลือ 1,500 คน
เมื่อเดือน พ.ย. 2561 มาตรการแก้ไขหนี้สามเหลี่ยม (ระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และธนาคาร) มาตรการจำกัดโครงการลงทุนของรัฐบาล
ที่ไม่จำเป็น การตรวจสอบมูลค่าโครงการก่อสร้างที่ไม่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวได้จัดลำดับความสำคัญของโครงการพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานใน สปป. ลาว 
2. กระทรวงการเงิน สปป. ลาวมีนโยบายไม่กู้ยืมเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระดอกเบี้ยกู้ยืม/หนี้ โดยจะใช้ชำระด้วยเงินตราภายในประเทศหรือ
ระดมทุนภายในประเทศด้วยการออกพันธบัตรสกุลเงินกีบและดอลลาร์สหรัฐ 
3. การอ่อนค่าของเงินกีบเมื่อเทียบกับเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์จะส่งผลดีต่อการผลิตสินค้าภายในประเทศ
เพื่อการส่งออก อย่างไรก็ดี สปป. ลาวยังคงพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก เนื่องจากการผลิตสินค้าภายในประเทศและ
การผลิดสินค้าทดแทนการนำเข้ายังมีปริมาณน้อย สปป. ลาวจึงไม่ได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินกีบ ในทางกลับกันได้ส่งผลให้ราคาสินค้า
ภายในประเทศสูงขึ้น เนื่องจากผู้นำเข้าสินค้ากำหนดราคาสินค้าให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ผู้บริโภค
ภายในประเทศจึงต้องซื้อสินค้าในราคาสูงขึ้น

11/05/2019



กลับหน้าหลัก